![]() |
|
Spaces home @" "@...yuiko...("o")PhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
@" "@...yuiko...("o")"ทะเลคือชีวิตจิตใจของฉัน(แต่ทำไมไม่เป็นสีชมพูน๊า)"
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
October 08 คุณเคยน้อยใจมั้ยคุณเคยน้อยใจมั้ย? ตอนนี้ฉันกำลังเป็น...
ที่จริงไอ้อาการน้อยใจเนี้ยฉันเป็นอยู่บ่อยๆ จนแทบจะเป็นเรื่องปกติของชีวิตฉันไปแล้ว
แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ มันเกินกว่าปกติ มันทำให้จิตตก คิดมาก ฟุ้งซ่าน พาลอยากฆ่าตัวตาย
หลายเรื่อง หลายสิ่ง ในชีวิตของฉันตอนนี้ มันทำให้ฉันเกิดอาการน้อยใจ สับสน เบื่อหน่าย
อยากหนีไปไกลๆ ไม่อยากเจอคนรู้จัก อยากอยู่เงียบๆ นอนนิ่งๆ ปล่อยใจ ปล่อยสมอง
ไม่อยากคิดอะไร ไม่อยากคิดถึงใคร ไม่อยากรู้อนาคต ไม่อยากย้อนถึงอดีต
อยากเล่า อยากบอกใครสักคน แต่อีกใจก็ไม่กล้า เพราะไม้รู้ว่าจะเล่าไปเพื่ออะไร
ตอนนี้อยากแค่ " หลับไปโดยไม่ตื่นตลอดกาล"
August 04 ผ่านไปแล้วหนึ่งเดือนฉันเข้ามานั่งทำงานที่กระทรวงICT ได้เดือนหนึ่งแล้วค่ะท่านผู้ชม
ชีวิตการทำงานที่นี่ก็ค่อนข้างเรียบง่าย ตามสไตส์ข้าราชการไทย
ยังดีนะที่ฉันไม่ได้เป็นข้าราชการ หรือพนักงานราชการของที่นี่
ฉันเป็นพนักงานของบริษัทซูม ฯ แต่ต้องเข้ามานั่งประจำที่กระทรวงICT
ในแต่ละวันฉันก็จะนั่งหน้าโน้ตบุค เปิดดูข้อมูลต่างๆ ในอินเทอร์เน็ต
ยังดีที่ทางเจ้านายของฉันให้ฉันช่วยเขียนสคริปสารคดีวิทยุ
มันเป็นงานที่ฉันถนัดมากกว่าการมานั่งรอรับคำสั่งจากข้าราชการงี่เง่าที่นี่
ข้าราชการที่ฉันเห็นว่าวันๆ ได้แต่นั่งนินทา แต่งตัว ออกคำสั่งกับคนอื่น
แต่ขอบอกเลยว่า " สมองพวกSHE กลวงสุดๆ แถมโง่แต่อวดฉลาด "
ฉันไม่ได้บอกว่าฉันเก่งขั้นเทพ แต่ฉันว่าฉันทำงานได้ดีกว่าพวก SHE แน่ๆ
และที่สำคัญพวก SHE ก็ไม่ค่อยกล้าวุ่นวายกับฉันเท่าไร ซึ่งมันก็ดี
ต่างคนต่างอยู่ รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองไป อย่ามายุ่งวุ่นวายกันมาก
มันน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด และมีความสุขที่สุดแล้ว ณ ตอนนี้
May 30 บ้านไม้ริมคลองบางกอกน้อยบ้านไม้ริมคลองบางกอกน้อย ที่ฉันเอยถึงนี้ไม่ใช่ที่ไหนหรอก
ที่นี่คือ "บ้านคุณยาย" ของฉันเอง
ที่จริงฉันคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี เพราะฉันอยู่ที่นี่เป็นบ้านหลังที่สองตอนเด็กๆ
ทุกๆปิดเทอมฉันจะต้องมาอยู่ที่นี่ กับคุณยายเสมอ
จำได้ว่าเราอยู่กัน2คนยายหลานในตอนกลางวัน เพราะป้าไปทำงาน
และทุกๆวันฉันก็จะได้กินข้าวคลุกฝีมือคุณยายทุกเย็น พร้อมกับนั่งดูหนังจีนกำลังภายในไปด้วย
กับข้าวที่คุณยายทำจะถูกคลุกรวมกันกับข้าวสวย เยาะน้ำปลาให้ฉันกิน
ปลาทูบ้าง แกงจืดบ้าง หมูทอดบ้าง แล้วแต่ว่าวันนั้นคุณยายจะทำอะไร
พอตกค่ำเรา2คน ยายหลานก็จะกางมุงนอนกันกลางบ้าน
เวลาคุณยายอาบน้ำให้ฉันทีไร ก็จะเอาขมิ้นที่เป็นผงๆทาให้ฉันเสมอ ฉันจะตัวเหลืองๆเป็นประจำ
แล้วเมื่อไม่นานมานี้ฉันก็ไปอยู่บ้านคุณยายมาอีก การไปคราวนี้ฉันตั้งใจที่จะไปอยู่
เพื่อหาความสงบให้กับชีวิต บ้านริมน้ำที่ไม่สามารถเดินทางได้ง่ายๆ นอกจากทางเรือ
อากาศเย็นๆกับพื้นน้ำที่พลิ้วไหวเวลามีคลื่นจากเรือที่แล่นผ่าน
ฉันไปคราวนี้หมดเวลาส่วนใหญ่ไปกับการนั่งมองน้ำ มองฟ้า หาความสงบเงียบ
แม้มันจะไม่เหมือนตอนเด็กๆแต่ความรู้สึกที่ได้กลับมาก็ทำให้จิตใจดีขึ้น
ฉันคงอยู่กับความวุ่นวายในเมืองหลวงมากเกินไป พอได้เจอกับความสงบบ้าง ใจเลยดีขึ้น
ไปคราวนี้เอากล้องติดไปถ่ายรูปด้วย ไม่ได้เจาะจงว่าจะถ่ายอะไร
อยากถ่ายตอนไหนก็ถ่าย อยากถ่ายอะไรก็ถ่าย
ถึงจะออกมาไม่สวยแต่ฉันก็พอใจ ถ่ายไปเรื่อยๆ ฟิล์มหมดก็ใช้มือถือถ่าย
คราวหน้าถ้าไปก็กะไว้ว่าจะถ่ายอีก ถ่ายไปจนกว่าจะเบื่อกันไปข้างหนึ่ง
ถ่ายจากมุมที่หน้าบ้านก่อนพายุฝนมา เรือธนาคารออมสินลำเดียวในประเทศ(ให้บริการมาตั้งแต่ฉันยังเด็ก)
เรือขนทราย ป้าดำกับซูชิ ขนมไทยแสนอร่อย ตุ๊กตาเด็กหลับในบ้าน May 10 ลาก่อนน้องชีโร่"ชีโร่" หมาพันธุ์ทางสีขาวนวล แสนรู้ของบ้านฉัน
ครอบครัวของเราได้เจอกับ"ชีโร่"ครั้งแรกเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว
ตอนนั้น"ชีโร่"ยังเป็นแค่ลูกหมาตัวเล็กๆ ที่เพื่อนข้างบ้านของน้องชายฉันเอามาจากแถวโรงเรียน
เพื่อนของน้องชายฉันคนนั้นตั้งใจจะเอา"ชีโร่"มาเลี้ยงที่บ้าน แต่แล้วแม่เลี้ยงของเค้าก็ไม่ให้เลี้ยง
ด้วยความที่"ชีโร่"เป็นลูกหมาที่หน้าตาน่ารัก ขี้อ้อน น้องชายฉันจึงอาสาเลี้ยง"ชีโร่"เอาไว้เอง
เพราะที่บ้านของฉันก็เลี้ยงหมาอยู่แล้ว และแต่ละตัวที่เลี้ยงมาก็เป็นหมาพันธุ์ทาง ที่เข้ามาอยู่เองทั้งนั้น
"ชีโร่"มาอยู่กับเราแรกๆ ก็โดนหมาตัวใหญ่ที่อยู่มาก่อนข่มเอา แต่"ชีโร่"ก็ฉลาดใช้วิธีการอ้อน
เข้าไปเล่นกับเจ้าตัวใหญ่เหล่านั้น จนในที่สุดก็สามารถอยู่ร่วมกับตัวอื่นๆได้อย่างดี
ตอนนั้นฉันยังเรียนอยู่ในชั้นม.ปลาย เพื่อนๆมาทำกิจกรรมที่บ้านก็จะรัก"ชีโร่"กันทุกคน
"ชีโร่"ชอบคาบไม้มาให้เราขว้างออกไป แล้วก็จะรีบวิ่งไปคาบกลับมา เล่นแบบนี้วันละหลายๆรอบ
พอ"ชีโร่"เริ่มเป็นหนุ่ม ก็เป็นหมาที่ฉันกับน้องชายชอบเรียกว่า"หมานักรบ"
เพราะ"ชีโร่"ชอบออกไปกัดกับหมาหนุ่มๆตัวอื่นๆอยู่เรื่อย พอเป็นแผลเจ็บเข้าก็กลับบ้าน พอหายเจ็บก็เอาใหม่
เป็นอย่างนี้จนเป็นเรื่องปกติของ"ชีโร่" แผลที่หนักที่สุดคงเป็นที่หู เพราะโดนกัดจนแหว่งไปข้างหนึ่ง
และเมื่อปีที่แล้ว"ชีโร่"ก็เริ่มอ่อนแอลงมากๆ เป็นทั้งโรคไต แถมต้องตัดอัณฑะเป็นแผลเกือบเน่า เพราะโดนกัดมา ถึงอย่างนั้น"ชีโร่"ก็ยังซ่าเหมือนเดิม บ้านช่องไม่ค่อยอยู่นอกจากเวลาเจ็บตัวกลับมา แต่ก็ดูรู้ว่าแก่ลงมากๆ จนมาไม่นานนี้"ชีโร่"ก็ไม่สบายอีก อาจด้วยความชรา และอายุขัยของหมาก็ประมาณ 10 กว่าปี 3-4วันที่ผ่านมานี้"ชีโร่"ไม่กินอะไรแล้ว เอาแต่นอนอย่างเดียว ไม่ออกไปไหน เมื่อเช้าก่อนออกจากบ้านฉันยังเห็น"ชีโร่"นอนอยู่เลย แต่พอตอนเย็นกลับมาก็ไม่เจอ"ชีโร่"แล้ว พ่อบอกว่า"ชีโร่"จากไปแล้วอย่างสงบ หลับนิ่ง ตัวแข็งไปเฉยๆ ใจหนึ่งก็รู้ใจหายที่"ชีโร่"จากไป แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกว่าดีแล้ว ถึงเวลาของ"ชีโร่"แล้ว จะได้ไม่ต้องทรมานอีก "ไปเถอะนะชีโร่ หลับให้สบาย ขอบใจมากที่อยู่เป็นเพื่อนกันมาตั้ง 10 กว่าปี" April 24 การรวมตัวของเพื่อนเก่า...เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 19 เมษา ที่ผ่านมา ฉันไปเจอกับเพื่อนเก่า...
เพื่อนกลุ่มนี้เป็นเพื่อนตั้งแต่เรียนป.ตรี ที่เกริก
ที่จริงตอนเรียนเราอยู่กันคนละกลุ่มมาก่อน แต่ตอนหลังเราก็รวมตัวกัน
จำไม่ได้เหมือนกันนะว่าพวกเรามารวมเป็นกลุ่มเดียวกันได้ยังไง
รู้แต่ว่าเพื่อนกลุ่มนี้อยู่ด้วยทีไรมีแต่เสียงหัวเราะ ทำฉันปวดแก้มทุกที
ถึงคราวนี้เราจะเหลือกันแค่5คน แต่เราก็ยังหัวเราะกันเหมือนเดิม
ถึงแม้เสียงหัวเราะมันอาจจะไม่ดังเหมือนเก่า
แต่เรื่องราวที่เราคุยกันก็ทำให้เรานึกถึงวันเวลาที่ผ่านมา
วันที่เรานั่งเรียนด้วยกัน ทำกิจกรรมร่วมกันในมหา'ลัย
ขอบคุณนะ ปู ติ่ง เป็ป เอ้ ที่ทำให้ยุ้ยมีความสุขอีกครั้งกับเรื่องเก่าๆ
อยากบอกพวกนายว่า "เพื่อนกูรักมึงว่ะ" และจะรักตลอดไปด้วย
(ต้า กิ่งอ้อ บอย ต้น เอก ตี๋ ฉันก็รักพวกแกนะ)
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|