YuIkO 的个人资料@" "@...yuiko...("o")照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
@" "@...yuiko...("o")"ทะเลคือชีวิตจิตใจของฉัน(แต่ทำไมไม่เป็นสีชมพูน๊า)" |
|||||
|
8月7日 เกาะล้านแสนรัก
(มุมเหงาๆ ที่หาดนวด ณ เกาะล้าน)
เมื่อวันที่ 1-3 สิงหา ที่ผ่านมา ฉันไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ที่เกาะล้าน จังหวัดชลบุรี ทริปนี้เราไปกัน 4 สาว มีฉัน ป่าน ยุ และกุ๊กไก่ เราออกเดินทางกันสายๆ โดยนัดกันที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เพื่อขึ้นรถตู้ไปท่าเรือแหลมบาลีฮาย การเดินทางโดยรถตู้มีอุปสรรคนิดหน่อย ปกติจะใช้เวลาจากอนุสาวรีย์ไปท่าเรือไม่น่าเกิน 2 ชม. แต่เราใช้เวลามากกว่านั้น รถตู้ที่เราโดยสารไปดันพาเราหลงทาง เพราะคนขับเพิ่งขับเป็นเที่ยวแรก กว่าจะไปถึงท่าเรือก็เกือบบ่ายสองเข้าไปแล้ว เราเลยได้ลงเรือกันเที่ยวบ่ายสองโมงพอดี ใช้เวลาบนเรือประมาณ 40 นาที เราก็มาถึงเกาะล้าน เจ้าหน้าที่ของลมทะเลรีสอร์ทมารอรับอยู่แล้ว เราไปถึงบ้านพักด้วยสภาพหิวโซกันอย่างมาก ป่านเลยออกไปซื้อข้าวและขนมนมเนยกับเจ้าหน้าที่ ลืมบอกไปว่าเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทที่มาคอยช่วยเหลือเราชื่อ "น้องแหม่ม" สาวน้อยร่างใหญ่ ท่าทางกวนๆ แต่ใจดีและเป็นกันเอง ไม่ว่าจะถามหรืออยากได้อะไรแหม่มจัดให้ได้หมด เนื่องจากความเหนื่อยล้าจากการเดินทางเราทั้ง 4 สาวเลยลงมติกันว่าวันแรกเราจะนอนเล่นกันที่บ้านก่อน เราเลยนั่งเล่นเกมส์คอนโดไม้กันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะออกไปถ่ายรูปตอนพระอาทิตย์ตกหน้าบ้าน พอหัวค่ำก็ออกไปเดินเล่นกันแถวๆ ที่พัก แวะซื้อขนมที่เซเว่น แล้วก็กลับมากินข้าวเย็นกัน จากนั้นก็พักผ่อนตามอัธยาศัย ดูทีวี เล่นไพ่ นั่งเมาท์กันไป แล้วก็นอน วันต่อมาเราก็ตื่นกันแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวตระเวนไปรอบเกาะ โดยการเหมารถสองแถวของ "ลุงดำ" (ที่จริงไม่น่าเรียก "ลุงดำ"เลย แค่"น้าก็พอแล้วเพราะดูยังไงก็แก่น้อยกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ) หาดแรกที่เราไปกันคือ "หาดนวล" หาดเล็กๆ ที่มีโขลดหินริมหาดมากมาย แต่สงบเงียบไม่มีผู้คน เราถ่ายรูปเล่นกันพักหนึ่ง แล้วก็ไปกันต่อที่ "หาดเทียน" หาดนี้มีสะพานทอดตัวยาวไปที่หาด เป็นสัญญาลักษณ์ของที่นี่ หาดนี้มีคนเล่นน้ำอยู่บ้าง น้ำใสดีแต่คลื่นแอบแรงเล็กน้อย แล้วเราก็มุ่งหน้าต่อไปที่ "หาดแสม" หาดนี้คนเริ่มเยอะ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ มีอาคารหน้าตาแปลกๆ คล้ายลานจอดเครื่องบินเป็นสัญญาลักษณ์ เราให้ฝรั่งคนหนึ่งช่วยถ่ายรูปให้เรา 4 คน (รูปออกมาฮามากๆ) แล้ว "ลุงดำ" ก็พาเราขึ้นไปที่จุดชมวิวบนยอดเขา มองลงมาเห็นวิวทะเลขอกาะล้านแบบเบิร์ดอายวิว ข้างบนนี้ยังมีกังหันลมที่ใช้สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นสัญญาลักษณ์อีกอย่างที่นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูป และหาดสุดท้ายที่เราไปก็คือ "หาดตาแหวน" เราไปกินข้าวกลางวันกันที่นี่ แล้วก็นั่งเล่น นอนเล่นริมหาด รอให้แดดร่ม พอสี่โมงเย็นเราก็ลงไปเล่นน้ำกัน น้ำที่นี่ใสมากๆ คลื่นน้อย คนน้อย(น่าแปลกมาก ลองถาม แม่ค้าแถวนั้นได้ความว่า ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวที่มากับทัวร์ ไม่ค้างบนเกาะ พอเย็นๆ ก็กลับฝั่งพัทยา สี่ ห้า โมงเย็นร้านค้าก็เริ่มปิดแล้ว) พวกฉันเล่นน้ำกันอย่างกับว่าทะเลเป็นของพวกฉัน ขึ้นจากน้ำก็เกือบหกโมงเย็นแล้ว นัดลุงดำมารับกลับไปที่พัก พอถึงเราก็อาบน้ำอาบท่ากัน แล้วก็กินมื้อเย็น จากนั้นก็เล่นไพ่ ดูทีวี กันตามระเบียบ แล้วก็เข้านอนกัน วันสุดท้ายเราตื่นกันแบบไม่รีบร้อน กินกาแฟกันตอนเช้า เก็บข้าวของ ถ่ายรูปเล่น แล้วออกจากที่พักกันตอน 11 โมง ขึ้นเรือรอบเที่ยง จากนั้นก็ต่อรถตู้มาอนุสาวรีย์ แวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือกันก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน การเดินทางคราวนี้ของฉันเป็นประสบการณ์หนึ่งที่ประทับใจมาก ฉันได้มิตรภาพจากเพื่อนสนิททั้ง 3 ถึงแม้จะสนิทกันต่างวาระ "ป่าน"สนิทมาเป็น 10 ปี "ยุ" กับ "กุ๊กไก่" มาสนิทตอนเรียน ป.โท แต่ทุกคนก็คือเพื่อนที่ฉันรัก และทุกคนก็ดีกับฉันมากๆ "ขอบคุณนะเพื่อนๆ ทริปนี้สนุกมากๆ ประทับใจสุดๆ ไว้เก็บตังค์ไปกันอีกนะ ^___^"
2月5日 มันเป็นวิถีของธรรมชาติ เราควรเข้าใจในความเป็นไป...เริ่มต้นปี 2552 นี้ ฉันก็ต้องเจอกับเรื่องเศร้า วันที่ 3 ม.ค. หลังจากที่กลับมาจากบ้านคุณยายตอนห้าโมงเย็น สักประมาณห้าทุ่มกว่าๆ เห็นจะได้ เสียงโทรศัพท์เครื่องที่บ้านฉันดังขึ้น ฉันวางมือจากการช่วยแม่เตรียมเครื่องจะทำน้ำพริกเผาลุกขึ้นไปรับโทรศัพท์
"ยุ้ย คุณยายแย่แล้ว ล้มนิ่งไปเลย" ปลายเสียงนั้นสั่นเครือ "ป้าดำ" นั่นเองเป็นเจ้าของเสียงนั้น
"ใจเย็นๆ ค่ะป้าดำ" ฉันได้แต่พูดออกไปอย่างนั้น
"คุณยายนิ่งไปแล้ว คุณยายนิ่งไปแล้ว" ป้าดำพูดย้ำอยู่อย่างนั้น
"เดี๋ยวยุ้ยโทรบอกให้พี่ตั้มรีบไปดูนะคะ" ฉันนึกถึงพี่ตั้มได้คนเดียว เพราะน่าจะใกล้บ้านคุณยายที่สุด
พอวางสายจากป้าดำ ฉันรีบโทรไปหาพี่ตั้มให้ช่วยไปดูที่บ้านคุณยาย แล้วก็โทรหาแชมป์ให้รีบตามไปสมทบ จากนั้นฉันก็รอให้พี่เอมารับฉันกับแม่ตามไปอีกทีหนึ่ง ระหว่างนั่งรถไปฉันภาวนาตลอดเวลาว่าคุณยายต้องไม่เป็นอะไร ก็แค่หกล้มเฉยๆ เดี๋ยวพาไปโรงพยาบาลก็ไม่มีอะไรแล้ว เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้นเกือบตลอดทางที่ไป เดี๋ยวแชมป์โทรมาบ้าง เดี๋ยวพี่ตั้มโทรมาบ้าง ระยะทางบ้านฉันไปบ้านคุณยายในตอนนั้นมันช่างยาวไกลซะเหลือเกิน ทั้งๆที่ปกติมันดูใกล้นิดเดียวเท่านั้น
พอไปถึงฉันรีบลงจากรถตรงไปที่ท่าน้ำ สิ่งที่ฉันเจอคือบุรุษพยาบาลพาคุณยายเข็นเตียงมาแล้ว ฉันสวนกับท่านตรงมุมทางเดินพอดี ฉันเอามือไปจับแขนคุณยาย แขนนั้นเย็นเฉียบ ใจฉันหล่นวูบลงไปทันที แต่ก็บอกตัวเองว่าคุณยายต้องไม่เป็นอะไร จากนั้นความโกลาหลก็เกิดขึ้น พวกเราต้องแบ่งกันทำหน้าที่ต่างๆ แชมป์อยู่เป็นเพื่อนน้าอู้ดที่บ้านคุณยาย แม่กับพวกป้าตุ่มพาป้าดำตามรถพยาบาลไป ฉันกับพี่ตั้มอยู่จัดการเรื่องแชมป์เสร็จก็รีบขับรถตามไปโรงพยาบาล
ระหว่างที่ฉันกับพี่ตั้มกำลังไปโรงพยาบาลทั้งแม่และพี่เอก็ผลัดกันโทรหาฉันตลอด ใจฉันเริ่มเสียแล้ว ความรู้สึกมันบอกว่าต้องมีอะไรแน่ๆ เสียงโทรศัพท์จากแม่ดังขึ้นอีกตอนที่ฉันใกล้ถึงโรงพยาบาลแล้ว
"ยุ้ย อยู่ตรงไหนแล้ว ใกล้ถึงหรือยัง" เสียงแม่ถามในโทรศัพท์
"ใกล้แล้วแม่ อีกนิดเดียว มีอะไรหรือเปล่า" ฉันตอบแม่ไป
"ไม่มีอะไร รีบมาแล้วกันลูก ขับรถดีๆ" แม่ตอบมาแต่เสียงสั่นปนสะอื้น
ฉันรับรู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นที่โรงพยาบาล พอฉันไปถึง แม่เตรียมตัวจะไปเก็บของที่บ้านคุณยาย ทุกคนบอกฉันให้เข้าไปดูคุณยายในห้อง ฉันเดินเข้าไปเห็นคุณยายนอนนิ่งบนเตียง มีเครื่องช่วยหายใจอยู่ที่ปาก ฉันจับที่แขนคุณยาย น้ำตาฉันร่วงลงมาทันที "คุณยายจากไปแล้ว" ฉันบอกตัวเอง ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ตอนห้าโมงเย็นคุณยายยังออกมาส่งพวกฉันกลับบ้านอยู่เลย บุรุษพยาบาลเดินเข้ามา ฉันเลยถามคำถามมากมายกับเค้า คำถามที่ฉันอยากจะรู้ว่าคุณยายจากไปเพราะอะไร
ตั้งแต่ที่วันที่คุณยายจากไป ฉันนึกเสียดายตลอดเวลาว่าทำไมมันเร็วขนาดนี้ ฉันตั้งใจว่าปีหน้าฉันจะคว้าปริญญาโทมาให้ได้ จะชวนคุณยายมาถ่ายรูปกับฉันอีก เหมือนเมื่อคราวที่ฉันรับปริญญาตรี ฉันกะไว้ว่าจะหาเงินก้อนใหญ่ๆ สักก้อนเอาไปซ่อมบ้านแม่ริมน้ำหลังที่ฉันผูกพันธ์มาตั้งแต่เด็ก ให้คุณยายกับป้าดำได้อยู่อย่างสบายๆ บ้านหลังนี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉัน เหมือนกับคุณยายที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉัน
ฉันจำได้ดีภาพตอนที่ฉันยังเด็กๆ ทุกๆปิดเทอมฉันจะไปอยู่กับคุณยาย ตอนกลางวันเราอยู่กันแค่ 2 คน คุณยายพาฉันพายเรือไปโน่นไปนี่บ้าง หรือบ้างวันเราก็ทำขนมกัน เวลาฉันอยากเล่นขายของ คุณยายก็จะเก็บผักตบมาให้ฉันหั่นเล่น ทำเป็นกับข้าวในการเล่นขายของๆฉัน พอตกเย็นคุณยายก็จะทำกับข้าว แล้วก็คลุกข้าวใส่ชามให้ฉัน 1 ชาม แล้วก็ของตัวท่านเอง 1 ชาม เรากินข้าวกันพร้อมกับดูละครจีนกำลังภายในที่โทรทัศน์เอามาฉาย พอละครจบคุณยายก็จะอาบน้ำให้ฉัน ลงขมิ้นทาผิวให้ซะตัวเป็นสีเหลือง พอถึงเวลานอนเราก็นอนกางมุมกันกลางบ้าน 2 คน มันเป็นภาพที่อยู่ในความทรงจำของฉันมาตลอด
ตอนนี้คงไม่มีอีกแล้ว ไม่มีคุณยายของฉันอีกแล้ว ถึงจะเสียใจแค่ไหน แต่ฉันก็เข้าใจ เพราะมันเป็นวิถีของธรรมชาติ ฉันคงทำได้แค่ทำบุญให้คุณยาย ระลึกถึงท่าน อธิฐานบอกท่านของให้ท่านหลับให้สบาย แล้วสักวันฉันก็จะตามไปพบกับท่านอีกครั้งเมื่อมันถึงเวลาของฉัน
"รักคุณยายเสมอนะคะ หลับให้สบายเถอะค่ะ"
10月8日 คุณเคยน้อยใจมั้ยคุณเคยน้อยใจมั้ย? ตอนนี้ฉันกำลังเป็น...
ที่จริงไอ้อาการน้อยใจเนี้ยฉันเป็นอยู่บ่อยๆ จนแทบจะเป็นเรื่องปกติของชีวิตฉันไปแล้ว
แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ มันเกินกว่าปกติ มันทำให้จิตตก คิดมาก ฟุ้งซ่าน พาลอยากฆ่าตัวตาย
หลายเรื่อง หลายสิ่ง ในชีวิตของฉันตอนนี้ มันทำให้ฉันเกิดอาการน้อยใจ สับสน เบื่อหน่าย
อยากหนีไปไกลๆ ไม่อยากเจอคนรู้จัก อยากอยู่เงียบๆ นอนนิ่งๆ ปล่อยใจ ปล่อยสมอง
ไม่อยากคิดอะไร ไม่อยากคิดถึงใคร ไม่อยากรู้อนาคต ไม่อยากย้อนถึงอดีต
อยากเล่า อยากบอกใครสักคน แต่อีกใจก็ไม่กล้า เพราะไม้รู้ว่าจะเล่าไปเพื่ออะไร
ตอนนี้อยากแค่ " หลับไปโดยไม่ตื่นตลอดกาล"
8月4日 ผ่านไปแล้วหนึ่งเดือนฉันเข้ามานั่งทำงานที่กระทรวงICT ได้เดือนหนึ่งแล้วค่ะท่านผู้ชม
ชีวิตการทำงานที่นี่ก็ค่อนข้างเรียบง่าย ตามสไตส์ข้าราชการไทย
ยังดีนะที่ฉันไม่ได้เป็นข้าราชการ หรือพนักงานราชการของที่นี่
ฉันเป็นพนักงานของบริษัทซูม ฯ แต่ต้องเข้ามานั่งประจำที่กระทรวงICT
ในแต่ละวันฉันก็จะนั่งหน้าโน้ตบุค เปิดดูข้อมูลต่างๆ ในอินเทอร์เน็ต
ยังดีที่ทางเจ้านายของฉันให้ฉันช่วยเขียนสคริปสารคดีวิทยุ
มันเป็นงานที่ฉันถนัดมากกว่าการมานั่งรอรับคำสั่งจากข้าราชการงี่เง่าที่นี่
ข้าราชการที่ฉันเห็นว่าวันๆ ได้แต่นั่งนินทา แต่งตัว ออกคำสั่งกับคนอื่น
แต่ขอบอกเลยว่า " สมองพวกSHE กลวงสุดๆ แถมโง่แต่อวดฉลาด "
ฉันไม่ได้บอกว่าฉันเก่งขั้นเทพ แต่ฉันว่าฉันทำงานได้ดีกว่าพวก SHE แน่ๆ
และที่สำคัญพวก SHE ก็ไม่ค่อยกล้าวุ่นวายกับฉันเท่าไร ซึ่งมันก็ดี
ต่างคนต่างอยู่ รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองไป อย่ามายุ่งวุ่นวายกันมาก
มันน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด และมีความสุขที่สุดแล้ว ณ ตอนนี้
5月30日 บ้านไม้ริมคลองบางกอกน้อยบ้านไม้ริมคลองบางกอกน้อย ที่ฉันเอยถึงนี้ไม่ใช่ที่ไหนหรอก
ที่นี่คือ "บ้านคุณยาย" ของฉันเอง
ที่จริงฉันคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี เพราะฉันอยู่ที่นี่เป็นบ้านหลังที่สองตอนเด็กๆ
ทุกๆปิดเทอมฉันจะต้องมาอยู่ที่นี่ กับคุณยายเสมอ
จำได้ว่าเราอยู่กัน2คนยายหลานในตอนกลางวัน เพราะป้าไปทำงาน
และทุกๆวันฉันก็จะได้กินข้าวคลุกฝีมือคุณยายทุกเย็น พร้อมกับนั่งดูหนังจีนกำลังภายในไปด้วย
กับข้าวที่คุณยายทำจะถูกคลุกรวมกันกับข้าวสวย เยาะน้ำปลาให้ฉันกิน
ปลาทูบ้าง แกงจืดบ้าง หมูทอดบ้าง แล้วแต่ว่าวันนั้นคุณยายจะทำอะไร
พอตกค่ำเรา2คน ยายหลานก็จะกางมุงนอนกันกลางบ้าน
เวลาคุณยายอาบน้ำให้ฉันทีไร ก็จะเอาขมิ้นที่เป็นผงๆทาให้ฉันเสมอ ฉันจะตัวเหลืองๆเป็นประจำ
แล้วเมื่อไม่นานมานี้ฉันก็ไปอยู่บ้านคุณยายมาอีก การไปคราวนี้ฉันตั้งใจที่จะไปอยู่
เพื่อหาความสงบให้กับชีวิต บ้านริมน้ำที่ไม่สามารถเดินทางได้ง่ายๆ นอกจากทางเรือ
อากาศเย็นๆกับพื้นน้ำที่พลิ้วไหวเวลามีคลื่นจากเรือที่แล่นผ่าน
ฉันไปคราวนี้หมดเวลาส่วนใหญ่ไปกับการนั่งมองน้ำ มองฟ้า หาความสงบเงียบ
แม้มันจะไม่เหมือนตอนเด็กๆแต่ความรู้สึกที่ได้กลับมาก็ทำให้จิตใจดีขึ้น
ฉันคงอยู่กับความวุ่นวายในเมืองหลวงมากเกินไป พอได้เจอกับความสงบบ้าง ใจเลยดีขึ้น
ไปคราวนี้เอากล้องติดไปถ่ายรูปด้วย ไม่ได้เจาะจงว่าจะถ่ายอะไร
อยากถ่ายตอนไหนก็ถ่าย อยากถ่ายอะไรก็ถ่าย
ถึงจะออกมาไม่สวยแต่ฉันก็พอใจ ถ่ายไปเรื่อยๆ ฟิล์มหมดก็ใช้มือถือถ่าย
คราวหน้าถ้าไปก็กะไว้ว่าจะถ่ายอีก ถ่ายไปจนกว่าจะเบื่อกันไปข้างหนึ่ง
ถ่ายจากมุมที่หน้าบ้านก่อนพายุฝนมา เรือธนาคารออมสินลำเดียวในประเทศ(ให้บริการมาตั้งแต่ฉันยังเด็ก)
เรือขนทราย ป้าดำกับซูชิ ขนมไทยแสนอร่อย ตุ๊กตาเด็กหลับในบ้าน |
|
||||
|
|